Skip to main content
guest
Join
|
Help
|
Sign In
Dungdara1991
Home
guest
|
Join
|
Help
|
Sign In
Wiki Home
Recent Changes
Pages and Files
Members
ประวัติรำวงมาตรฐาน
รูปแบบและการแสดง
เครื่องแต่งกายรำวงมาตรฐาน
เพลงงามแสงเดือน
เพลงชาวไทย
เพลงรำมาซิมารำ
เพลงคืนเดือนหงาย
เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
เพลงดอกไม้ของชาติ
เพลงหญิงไทยใจงาม
เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า
เพลงยอดชายใจหาญ
เพลงบูชานักรบ
ประวัติผู้จัดทำ
ติดต่อผู้จัดทำ
แหล่งที่มาข้อมูล
Social network
ประวัติรำวงมาตรฐาน
Edit
0
4
…
0
Tags
No tags
Notify
RSS
Backlinks
Source
Print
Export (PDF)
รำวงมาตรฐาน คือ การรำที่มีท่ารำเป็นแบบแผนแน่นอน รำวงมาตรฐานวิวัฒนาการมาจากการรำโทนเป็นการละเล่นพื้นเมืองของไทยโดยผู้เล่นเดินเป็นวง อาจยืนอยู่กับที่หรือเดินรำเรียงกันเป็นวง เป็นการรำคู่ระหว่างชายกับหญิง มีดนตรีหรือร้องเพลงประกอบการรำ ดนตรีที่ใช้ประกอบการร้องคือ ฉิ่ง กรับ โทน เสียงโทนจะดังเร้าใจสนุกสนาน
การรำโทนนั้นใช้ภาษาที่เรียบง่าย บทร้องไม่พิถีพิถันนัก เป็นเชิงเย้าแหย่ หยอกล้อ เกี้ยวพาราสีกัน ระหว่างหนุ่มสาว ทำนองเพลง การร้อง ท่ารำ การแต่งกายก็เรียบง่าย มุ่งความสนุกสนาน นิยมเล่นกันในเทศกาลต่าง ๆ เฉพาะท้องถิ่นในบางจังหวัด ต่อมาได้มีผู้นำไปเล่นท้องถิ่นอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง เล่นทุกโอกาสที่มีงานรื่นเริง ในช่วงระยะเวลาที่รำโทนเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายก็มีบทเพลงใหม่ ๆ ทำนองแปลก ๆ เกิดขึ้นเรื่อย บางบทเพลงก็เสื่อมความนิยมลง บทเพลงใจที่เพราะกินใจก็ยังจดจำกันต่อมา เช่น เพลงยวนยาเหล ช่อมาลี ตามองตา เป็นต้น
ระหว่างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2484 - 2488) ประชาชนในกรุงเทพมหานคร (พระนครและธนบุรี) พากันนิยมเล่นรำโทนอยู่ทั่วไป และเพื่อเชิดชูศิลปะการเล่นพื้นเมืองแบบนี้ให้มีระเบียบเรียบร้อยเป็นแบบฉบับอันดีงามตามแบบนาฏศิลป์ของไทย
รัฐบาล (สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม) เกรงว่าชาวต่างชาติที่ได้พบเห็นจะเข้าใจว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยมิได้ประณีตงดงาม ท่านจึงได้ให้มีการพัฒนาการรำโทนขึ้นอย่างมีแบบแผน ประณีตงดงาม โดยจมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) เป็นผู้ประพันธ์คำร้องขึ้นใหม่อีก 4 บท คือ งามแสงเดือน ชาวไทย รำซิมารำ คืนเดือนหงาย พร้อมทั้งจัดท่ารำให้งดงาม ถูกต้องตามแบบฉบับของนาฏศิลป์ไทย ในการปรับปรุงครั้งนั้นกรมศิลปากร ได้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่จากที่เรียกว่า "รำโทน"มาเป็น "รำวง" โดยที่เห็นว่า ผู้เล่นย่อมร่วมวงกันเล่น หรือเล่นเคลื่อนย้ายเวียนไปเป็นวง
ซึ่งในระยะต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งเนื้อร้องและมอบให้ กรมศิลปากรบรรจุท่ารำไว้เป็นมาตรฐานอีก 6 เพลง ได้แก่ ดวงจันทร์วันเพ็ญ ดอกไม้ของชาติ หญิงไทยใจงาม ยอดชายใจหาญ ดวงจันทร์ขวัญฟ้า และ บูชานักรบ เป็นเพลงที่มีเนื้อร้องสุภาพ ใช้คำง่าย ทำนองเพลงง่าย มุ่งให้เห็นวัฒนธรรมของชาติเป็นส่วนใหญ่ ประดิษฐ์ทำนองโดย กรมประชาสัมพันธ์ และกรมศิลปากร โดยมีนางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมต่วน) นางมัลลี คงประภัศร์ และ นางละมุล ยมะคุปต์ ได้ร่วมกันประดิษฐ์ท่ารำตามแนวทางแบบนาฏศิลป์ขึ้น โดยใช้ท่ารำจากการรำ "แม่บท" และเรียกกันว่า"รำวงมาตรฐาน" มีทั้งหมด 10 เพลง
แม้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ศิลปะแห่งรำวง ยังได้รับความนิยมต่อมาจนบัดนี้ ทั้งมีผู้เอาไปเล่นสลับเต้นรำในงานลีลาศ งานต้อนรับแขกบ้าน แขกเมืองและงานแสดงศิลปวัฒนธรรม แม้ชาวต่างประเทศก็นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย
Javascript Required
You need to enable Javascript in your browser to edit pages.
help on how to format text
Turn off "Getting Started"
Home
...
Loading...
รัฐบาล (สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม) เกรงว่าชาวต่างชาติที่ได้พบเห็นจะเข้าใจว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยมิได้ประณีตงดงาม ท่านจึงได้ให้มีการพัฒนาการรำโทนขึ้นอย่างมีแบบแผน ประณีตงดงาม โดยจมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) เป็นผู้ประพันธ์คำร้องขึ้นใหม่อีก 4 บท คือ งามแสงเดือน ชาวไทย รำซิมารำ คืนเดือนหงาย พร้อมทั้งจัดท่ารำให้งดงาม ถูกต้องตามแบบฉบับของนาฏศิลป์ไทย ในการปรับปรุงครั้งนั้นกรมศิลปากร ได้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่จากที่เรียกว่า "รำโทน"มาเป็น "รำวง" โดยที่เห็นว่า ผู้เล่นย่อมร่วมวงกันเล่น หรือเล่นเคลื่อนย้ายเวียนไปเป็นวง
แม้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ศิลปะแห่งรำวง ยังได้รับความนิยมต่อมาจนบัดนี้ ทั้งมีผู้เอาไปเล่นสลับเต้นรำในงานลีลาศ งานต้อนรับแขกบ้าน แขกเมืองและงานแสดงศิลปวัฒนธรรม แม้ชาวต่างประเทศก็นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย